เศรษฐีสอนรวย The Science of Getting Rich

เศรษฐีสอนรวย

เศรษฐีสอนรวย The Science of Getting Rich หนังสือดังอมตะ ที่รอนด้า เบิร์น ผู้เขียน The Secret ได้อ่านตอนชีวิตตกต่ำและดลใจให้เธอสร้างตัวได้จนร่ำรวย และบันดาลใจให้เธอสร้างภาพยนตร์ The Secret ที่โด่งดังไปทั่วโลก วิธีที่จะทำให้ร่ำรวยขึ้นมาได้เป็นเหมือนกับหลักการทางวิทยาศาสตร์ ถ้าใครปฏิบัติตาม หลักการที่ให้ไว้ในหนังสือเล่มนี้ คนผู้นั้นก็จะร่ำรวยขึ้นในที่สุด ศาสตร์แห่งความร่ำรวยแบ่งออกเป็น 17 บท พบกับศาสตร์ 100 ปี ที่มหาเศรษฐีทั่วโลกศรัทธา เป็นการเล่าใหม่ของศาสตร์แห่งความมั่งคั่งร่ำรวย…เนื้อหาในเล่มจะบอกถึงวิธีคิด และการมองโลกจากแง่มุมที่ไม่มีใครนึกถึง เพื่อความมั่งคั่งอย่างมีความสุข โดยอยู่บนพื้นฐานของคุณธรรม พร้อมกับสอนให้มีภาพในความคิดที่อำนวยให้เกิดความร่ำรวย ภายใต้กลิ่นอายของคำสอนในศาสนาอย่างน่าทึ่ง! มาทิ้งโชคชะตา…แล้วสร้างความ…ร่ำรวยด้วยตัวคุณเองไปกับ “เศรษฐีสอนรวย : The Science of Getting Rich”

ความมั่งคั่งร่ำรวยโดยตัวของมันเองแล้ว ไม่มีแก่นสารมากนักซ้ำยังไม่ใช่จุดหมายในตัวเอง ความมั่งคั่งร่ำรวยเป็นเพียง “มรรควิธี” ไปสู่การมีชีวิตที่ดีกว่า ดังนั้นเราจึงไม่ควรยึดติดว่าความมั่งคั่งร่ำรวยคือคำตอบสุดท้ายของชีวิต แต่ควรใช้ความมั่งคั่งร่ำรวยนั้นเป็นสะพานในการก้าวไปสู่การมีชีวิตที่ประเสริฐเลิศล้ำ อย่างน้อยที่สุดก็ควรรู้จักแปรความมั่งคั่งร่ำรวยในเชิงวัตถุให้เป็นความมั่งคั่งร่ำรวยในการมีคุณภาพชีวิต ….. ว.วชิรเมธี

หนังสือเล่มนี้ไม่ได้บอกวิธีประกอบธุรกิจหรือบริหารงานเพื่อสร้างกำไร หากไปไกลกว่านั้น และสูงกว่านั้น กล่าวคือ บอกวิธีคิดและการมองโลกจากแง่มุมที่ไม่มีใครนึกถึงเพื่อความมั่งคั่งอย่างมีความสุข ดดยอยู่บนพื้นฐานของคุณธรรม “ศาสตร์แห่งความมั่งคั่งร่ำรวย” สอนให้มี Mindset (ภาพในความคิด) ที่อำนวยให้เกิดความร่ำรวยภายใต้กลิ่นอายของคำสอนในศาสนาอย่างน่าทึ่ง…. วรากรณ์ สามโกเศศ

ศาสตร์แห่งความมั่งคั่งร่ำรวย (The Science of Getting Rich) แปลโดย ดร.วรัญญา สะอาดเอี่ยม ริเทนนิส และเรียบเรียงขึ้นใหม่อีกครั้ง เป็นหนังสือ “เศรษฐีสอนรวย” หนังสือเล่มนี้ คือคัมภีร์ที่ผ่านกระบวนการคิดค้นและพิสูจน์มาจากผู้อ่านทุกแขนง จากทุกมุมโลก เหนือกาลเวลาถึง 100 ปี จุดประสงค์เพื่อตนเป็นที่พึ่งแห่งตนได้ เป็นผู้ที่สร้างสรรค์ความสุข และความสำเร็จอย่างแท้จริงและถาวร ด้วยเสนอแนวทางการปฏิบัติที่สร้างรากฐานความดีงามจากภายใน ขอเพียงการเปิดใจให้กว้าง ปฏิบัติตามอย่างมุ่งมั่นแรงกล้า ผลที่กลับมาจะทรงพลัง มั่นคงอย่างแท้จริง ไม่ว่าความปรารถนาของคุณจะเป็นเรื่องเงิน สถานภาพทางสังคม สุขภาพ การเรียน ชีวิตหรือความรัก

บทที่ 1 สิทธิที่จะมั่งคั่งร่ำรวย

วัตถุประสงค์ของการดำรงชีวิตคือ การพัฒนา ซึ่งทุกสิ่งทุกอย่างที่มีชีวิตในโลกนี้ต่างมีสิทธิพัฒนาความสามารถของตนเพื่อบรรลุเป้าหมายใดๆตามที่ตั้งไว้ คือสิทธิที่จะมีอิสระในการใช้ประโยชน์และครอบครองทุกสิ่งทุกอย่างซึ่งจำเป็นต่อร่างกายและจิตใจ ซึ่งทุกคนมีสิทธิที่จะมั่งคั่งร่ำรวยได้

ปัจจุบันชีวิตของคนเรามีการพัฒนาที่ซับซ้อนมาก ซึ่งปกติแล้วต่างก็ต้องการเงินทองมากเพื่อใช้ในการดำรงชีวิตให้มีความสุข ชีวิตคนเราดำรงอยู่ได้เพราะมีแรงจูงใจสามประการ คือ เพื่อร่างกาย ความคิด และจิตวิญญาณ ไม่มีใครมีความสุขได้เพียงแค่ร่างกายทำงานปกติ แต่จิตและวิญญาณกับไม่เป็นเช่นนั้น คนเราไม่สามารถดำรงชีวิตได้อย่างสมบูรณ์แบบหากจิตวิญญาณไม่ได้รับการเติมเต็ม ซึ่งจะเป็นเช่นนั้นได้โดยต้องอาศัยความรักนั่นเอง แต่ความรักมักจะสวนทางกับความยากจนเสมอ

บทที่ 2 ที่มาของศาสตร์แห่งความมั่งคั่งร่ำรวย

การที่จะมั่งคั่งร่ำรวยขึ้นมานั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อม เรามักพบเห็นคนร่ำรวยกับคนยากจนอาศัยอยู่ร่วมกันทั่วทุกหนทุกแห่ง ไม่ว่าจะเป็นสภาพแวดล้อมเดียวกันหรืออยู่ในสายอาชีพเดียวกัน แต่คนหนึ่งกลับประสบความสำเร็จจนร่ำรวย ขณะที่อีกคนยังยากจนอยู่ นี่จึงเป็นตัวอย่างที่ ดีซึ่งชี้ให้เห็นว่าสภาพแวดล้อมไม่ดีมีส่วนจะทำให้เกิดความมั่งคั่งร่ำรวยขึ้นมาได้

การประกอบธุรกิจหากจะให้ได้ผลที่ดี เราควรทำด้วยใจรัก และต้องทำธุรกิจนั้นให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมหรือพื้นที่ในการทำธุรกิจ เช่น ร้านขายไอศกรีมควรเปิดร้านที่เหมาะกับเมืองในเขตร้อน ไม่ใช่เขตหนาว เป็นต้น

บทที่ 3 ใครผูกขาดความมั่งคั่งร่ำรวย

ความมั่งคั่งร่ำรวยไม่ได้จำกัดว่า จะร่ำรวยได้แต่คนที่มีฐานะที่รวย คนยากจนก็สามารถที่จะรวยได้ ด้วยการทำธุรกิจที่เราเป็นเจ้านายตัวเราเอง โดยเริ่มจากธุรกิจเล็กๆ หากเราคิดที่จะทำธุรกิจใดแล้ว เราต้องไตร่ตรองให้ดีก่อนลงมือทำ โดยมีตัวอย่างของการเริ่มต้นธุรกิจ

ถ้าเราเป็นคนงานและทำงานในโรงงานผลิตเหล็กแห่งหนึ่ง โอกาสที่เราจะได้เป็นเจ้าของโรงงานคงมีน้อยมาก แต่ถ้าหากเราไปซื้อที่ดินผืนเล็กๆ เป็นของตัวเองจากนั้นก็ลงทุนทำธุรกิจปลูกผักสวนครัวหรือผลไม้ นั่นถือเป็นโอกาสที่ดีสำหรับเราจะได้เป็นเจ้านายของทรัพย์สินเราเอง สร้างรายได้ให้แก่เราเองได้ซึ่งบุคคลประเภทนี้จะมั่งคั่งร่ำรวยในที่สุด

บทที่ 4 กฎข้อแรกของความมั่งคั่งร่ำรวย

ความมั่งคั่งร่ำรวยเกิดจาก มโนภาพ ซึ่งทุกสิ่งในโลกล้วนเกิดจากนักคิดหรือ มโนภาพ ทั้งสิ้น ขั้นตอนแรกของการสร้างธุรกิจคือ การก่อตัวของความคิด จากนั้นความคิดก็ถูกถ่ายทอดออกมาจนเป็นสิ่งที่มีรูปร่างหยิบจับและสัมผัสได้

ความคิดเป็นบ่อเกิดทำให้ทุกอย่างในโลกถูกสร้างขึ้นจากความปรารถนาที่อยากมี อยากทำ หรืออยากเป็น และแรงปรารถนานี้จะแทรกซึมไปสู่ความคิด ความคิดก็จะนำมาวาดเป็นมโนภาพ เพื่อสร้างสรรค์ออกมาให้เป็นรูปร่างขึ้น โดยความคิดนี้เกิดจากความปรารถนาที่ดี การปฏิบัติตามแนวทางซึ่งต้องการนั้น ต้องมีความสามารถที่จะคิดในแนวทางซึ่งต้องการคิดให้ได้ดีก่อน และนี่ก็จะเป็นก้าวแรกของการนำไปสู่ความมั่งคั่งร่ำรวย

บทที่ 5 การเพิ่มความสมบูรณ์พูนสุข

ความปารถนาที่จะมั่งคั่งร่ำรวยเป็นเรื่องปกติที่ทุกคนต้องการ เพราะช่วยในการเติมเต็มและ เพิ่มคุณภาพชีวิตให้มีความสุขได้ ดังนั้นเราต้องกำจัดความคิดเรื่องการแข่งขันหรือการเปรียบเทียบ เราต้องสร้างสิ่งนั้นเพื่อตัวเองไม่ใช่เพื่อการแข่งขันกับสิ่งที่เคยถูกสร้างมาแล้วจากคนอื่น เช่น ไม่จำเป็นต้องคดโกงหรือเอาเปรียบผู้อื่น ไม่จำเป็นต้องโลภ

สิ่งที่เราต้องทำคือ ทำให้ตัวเรามีความสุขที่สุดก่อน ทำเพื่อตัวเราเองก่อน จากนั้นจึงค่อยเผื่อแผ่ไปให้คนอื่น และความมั่งคั่งร่ำรวยที่ได้จากการแข่งขันไม่มีวันเพียงพอและดำรงอยู่ได้ตลอดไป เราจะต้องทิ้งเรื่องการแข่งขันให้หมดไปอย่างสิ้นเชิง

บทที่ 6 ความมั่งคั่งร่ำรวยกำลังเดินทางมาหา

การที่เราสร้างทุกสิ่งทุกอย่างจากความคิดที่ไร้รูปร่างให้กลายเป็นสิ่งที่มีรูปร่างไม่ได้หมายความว่าสิ่งเหล่านั้นจะประกอบเป็นรูปร่างขึ้นมาและปรากฏให้เห็นทันที ที่เราคิดไตร่ตรองให้ดีก่อน ความอยากซึ่งเป็นตัวการตั้งต้น โดยอาศัยอยู่ในทุกสิ่งโดยเฉพาะตัวเราเอง เพื่อกระตุ้นให้เรามีทุกอย่างที่สามารถนำมาใช้และจะใช้สอยเพื่อการดำรงชีวิต เพื่อชีวิตที่สมบูรณ์มีความสุข ความปารถนาจะครอบครองความมั่งคั่งร่ำรวยคือสิ่งหนึ่งซึ่งเป็นอำนาจสูงสุดของแรงปารถนาทำให้ เกิด การแสดงออกอย่างสมบูรณ์แบบ แรงศรัทธาของเราจะกลายเป็นสิ่งที่ไม่มีสิ่งใดเอาชนะได้

บทที่ 7 ความกตัญญูรู้คุณ

หากเรามีความรู้สึกสำนึกคุณต่อสิ่งที่เข้ามาในชีวิตเรามากเท่าไหร่ เราก็จะได้รับสิ่งดีดีกลับมามากยิ่งขึ้นไปอีก และสิ่งเหล่านั้นจะเดินทางมาหาเราเร็วขึ้นด้วย ซึ่งเหตุผลง่ายๆก็คือ ความกตัญญูรู้คุณ ความกตัญญูรู้คุณนี้จะนำความคิดที่สร้างสรรค์และปกป้องเราไม่ให้ตกไปอยู่ในห้วงแห่งความคิดที่จะแก่งแย่งแข่งขัน จิตใจที่กตัญญูรู้คุณคือ การยึดติดสิ่งที่ดีที่สุด ดังนั้นจึงทำให้เกิดสิ่งที่ดีที่สุด ก่อตัวขึ้นจากลักษณะที่ดีที่สุด และจะให้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

บทที่ 8 คิดในแนวทางตายตัว

เราต้องมีภาพในความคิดหรือมโนภาพที่ชัดเจน และรู้จักใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์สูงสุด นึกถึงมโนภาพที่มีอยู่ในใจ แต่หลายคนไม่สามารถพุ่งความสนใจลงไปในสิ่งที่ต้องการจริงๆ เนื่องจากเป็นสิ่งที่พวกเขาไม่ได้ให้ความสนใจอย่างจริงจัง ซึ่งเรื่องนี้ต้องอาศัยความพยายาม และต้องการความตั้งใจอย่างมาก

บทที่ 9 นำความมุ่งมั่นไปใช้ให้เกิดประโยชน์

ความคิดต่างๆในตัวเป็นเพื่อนที่มีน้ำจิตน้ำใจที่ดีที่สุดสำหรับเราเอง และปารถนาจะให้สิ่งที่ เราต้องการกลับไป มากกว่าที่จะรับจากเราเสียอีก เพื่อจะมั่งคั่งร่ำรวย จะต้องใช้พลังแห่งความมุ่งมั่นเหนือตัวเราเอง และเมื่อรู้ว่าจะทำสิ่งใดเราต้องใช้พลังจิตบังคับตัวเองให้คิดและทำสิ่งที่ถูกต้อง เพื่อให้ได้มาในสิ่งที่ต้องการ

จงใช้ความคิดสร้างภาพที่ต้องการยึด มโนภาพ นั้นไว้ให้มั่นด้วยจุดมุ่งหมายและความศรัทธาที่มี จากนั้นใช้พลังจิตทำในแนวทางที่ถูกต้อง ยิ่งถ้าจุดมุ่งหมายและความศรัทธาแน่วแน่และต่อเนื่องมากเท่าใด ก็จะมั่งคั่งร่ำรวยขึ้นได้เร็วมากเท่านั้น ทั้งนี้เพราะว่าในใจจะมีแต่ความรู้สึกด้าน บวกกับทุกสิ่งทุกอย่าง และจะไม่หาสิ่งใดมาหักล้างจนทำให้ความรู้สึกนั้นเสียไปจากการคิดด้านลบ

บทที่ 10 นำความมุ่งมั่นไปใช้ให้เกิดประโยชน์เพิ่มมากขึ้น

จงอย่าพูดปัญหาเรื่องการเงินที่ผ่านมาในอดีต หากยังมีปัญหานั้นอยู่ในปัจจุบันจงอย่าพูดถึงความยากจนของพ่อและแม่ ถือว่าเป็นการนำความคิดมาผูกติดแน่นเข้ากับความอยากจน ซึ่งทำให้หยุดการกระทำของสิ่งต่างๆ ดังนั้นจงนำความยากจนและสิ่งต่างๆ ทั้งหมดที่ทำให้เกิดความยากจนมาเป็นเพียงปัจจัยสนับสนุนตัวเอง เพื่อเร่งให้เกิดการสร้างชีวิตที่สมบูรณ์แบบมากขึ้น

เราควรทำให้ตัวเองสนใจทุกสิ่งรอบตัวที่กำลังพัฒนาและกลายเป็นความมั่งคั่งร่ำรวย ในการที่จะทำสิ่งที่กล่าวถึงนี้ให้สำเร็จ บุคคลนั้นจะต้องสามารถเปลี่ยนความคิดจากการแข่งขันกลายเป็นการสร้างสรรค์ให้ได้

บทที่ 11 การปฏิบัติตามแนวทางตายตัว

แนวคิดที่ตายตัวจะนำไปสู้ความมั่งคั่งร่ำรวยมาสู่เราได้ แต่ทั้งนี้ต้องไม่พึ่งพาความคิดอย่างงเดียวโดยการมองข้ามนำมาปฏิบัติจริง เราไม่สามารถกระทำในสิ่งที่ไม่ได้อยู่ในปัจจุบันและอดีต เรากระทำได้แค่สิ่งที่อยู่ในปัจจุบันเท่านั้น อดีตเรากลับไปแก้ไขไม่ได้เราจึงต้องอยู่กับปัจจุบันกับความคิดที่มีแต่สิ่งดีดี

จงอย่ารอคอยการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมให้เกิดขึ้นก่อนที่จะลงมือกระทำ แต่จงรับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นด้วยการกระทำในตอนนี้ อย่ารู้สึกท้อแท้หรือโศกเศร้าเสียใจ หากเดินทางผิด เพราะไม่มีใครเดินทางผิดได้ตลอดไป โดยไม่สามารถหาทางถูกต้อง

บทที่ 12 การกระทำที่ทรงประสิทธิภาพ

การที่เราจะได้มาซึ่งความมั่งคั่งร่ำรวยนั้นขึ้นอยู่กับหลักการนี้ไปประยุกต์ใช้กับสิ่งต่างๆ ที่ ตัวเราเองต้องทำ เพื่อให้เกิดการพัฒนาในทางที่ดีขึ้น ไม่ใช่หยุดนิ่งและถอดใจต่อสิ่งซึ่งมีในปัจจุบัน

ดังนั้นหากมีบางสิ่งที่เราควรทำให้สำเร็จในวันนี้ แต่กลับไม่ได้ลงมือ แค่นี้ก็นับว่าเป็นการเริ่มต้นที่ล้มเหลวแล้ว และผลลัพธ์ที่ตามมาอาจแย่กว่าที่จินตนาการได้เสียอีก จงทำทุกวันให้สำเร็จทั้งหมด เท่าที่ทำให้สำเร็จลุล่วงได้ในวันนั้น และเราต้องไม่หักโหมกับงานมากเกินไป หรือไม่ควรทำสิ่งที่รีบเร่งมากเกินไป ซึ่งอาจจะทำให้เป็นการเร่งทำหลายสิ่งที่ให้ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ แต่ภายในเวลาที่เร่งรัดเกินไป อาจจะทำให้งานของเรา ผิดพลาดไปได้ สาเหตุที่ทำให้เกิดความล้มเหลวก็คือ การกระทำพร้อมกันทีละหลายๆอย่าง แบบไม่มีประสิทธิภาพ  ในทุกๆการลงมือปฏิบัติ ควรพิจารณาว่านั่นคือความสำเร็จหรือความล้มเหลว

เราคือผู้ที่ทำให้การกระทำทุกอย่างหนักแน่นหรืออ่อนแอได้หากเลือกกระทำด้วยความหนักแน่นและปฏิบัติตามแนวทางตายตัวเราก็จะมั่งคั่งร่ำรวย

บทที่ 13 การได้อยู่ในธุรกิจที่ต้องการ

เราจะทำงานให้ออกมาดีที่สุดในธุรกิจนั้นๆ โดยจะนำความสามารถอันโดดเด่นที่สุดออกมาใช้ เรามั่งคั่งร่ำรวยได้ง่ายดายที่สุดหากมีความพยายาม ถ้าสิ่งใดก็ตามที่เราเหมาะสมกับ มันมากที่สุด แต่จะพึงพอใจความมั่งคั่งร่ำรวยมากที่สุดหากได้ทำสิ่งที่ ต้องการ จะทำมากที่สุด อย่ากลัว ที่จะยอมรับความเปลี่ยนแปลงใดๆ ที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน หากการเปลี่ยนแปลงนั้นนำมาซึ่งโอกาสที่ดี หลังจากพิจารณาอย่างดีแล้วว่าเป็นโอกาสที่ดีเหมาะสมกับเรา แต่อย่าลืมการลงมืออย่ารีบร้อน เฉียบพลัน การผิดพลาดเกิดขึ้นจากการปฏิบัติงานที่เร่งด่วน ด้วยความกลัว ไม่มั่นใจ

จงทำทุกอย่างให้สมบูรณ์ในทุกๆวัน ทำด้วยความไม่รีบร้อน กังวล หากเริ่มรีบเร่งในการทำงานแล้วควรที่จะหยุดชั่วขณะก่อน แล้วนำความสนใจมาอยู่ในมโนภาพแห่งความคิดของสิ่งที่ต้องการ

บทที่ 14 จงสร้างให้มากขึ้น

การเพิ่มหมายถึง อำนาจความคิดที่ยังไม่ได้ก่อตัวเป็นรูปเป็นร่างในตัวเพื่อค้นหาวิธีแสดงออกที่สมบูรณ์แบบมากขึ้น  เช่น คนเราต่างต้องการมีเสื้อผ้าเพิ่มมากขึ้น มีที่อยู่อาศัยที่ดีมีความเป็นอยู่สะดวกสบายขึ้น ในชีวิตเป็นไปตามแนวทางที่จะเพิ่มมากขึ้น ซึ่งก็เพื่อการมีชีวิตที่สมบูรณ์ขึ้นนั่นเอง

จงภูมิใจต่อสิ่งที่เราทำอยู่ และให้ทุกคนรู้จักมันแล้วเราจะมีลูกค้าอยู่ตลอดไป ผู้คนจะเข้าไปหาในที่ซึ่งพวกเขาได้รับสิ่งที่มีค่าเพิ่มขึ้นและคุ้มค่าที่สุด ซึ่งความปารถนานี้จะเพิ่มขึ้นกับทุกสิ่งทุกอย่าง

บทที่ 15 ฝึกนิสัยรักความก้าวหน้า

ทำงานทั้งหมดที่ทำได้ ทุกวัน และทำแต่ละอย่างให้สำเร็จลุล่วงสมบูรณ์แบบ ใส่พลังแห่งความสำเร็จและจุดมุ่งหมายที่จะมั่งคั่งร่ำรวยลงไปในทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำ แต่อย่าทำสิ่งนี้เพียงเพราะต้องการเอาใจนายจ้าง ในลักษณะที่หวังว่า ผู้ซึ่งเป็นหัวหน้า จะเห็นผลงานที่ดีและทำให้เราเจริญก้าวหน้าเพราะอาจไม่เป็นเช่นนั้น

คนที่จัดว่าเป็นคนก้าวหน้า คือผู้ที่ใหญ่โตเกินไปสำหรับที่ซึ่งตนอยู่ เขาผู้นั้นจะมีแนวคิดชัดเจนต่อสิ่งซึ่งต้องการเป็น คือบุคคลที่รู้ว่าตนกลายเป็นสิ่งที่ต้องการเป็น และกำหนดให้ตนเองให้เป็น สิ่งที่ต้องการได้

บทที่ 16 ข้อควรระวังและบทสรุปข้อสังเกต   

อย่าให้ความคิดเราเต็มไปด้วยความกังวลถึงสิ่งเลวร้ายต่างๆ เหล่านั้นเมื่อปรากฏขึ้นต่อหน้า แล้วจะพบว่าความยุ่งยากที่เกิดขึ้นในแต่ละครั้ง จะพาเราไปเจอสิ่งจำเป็นที่ใช้ในการแก้ปัญหาด้วยตัวของมันเอง ระวังคำพูด อย่าพูดเกี่ยวกับตัวเองหรือธุรกิจ หรือสิ่งใดก็ตามในแนวที่ทำให้รู้สึกท้อใจ แล้วหยุดทำมันเสีย อย่ายอมแพ้ต่อความไม่สำเร็จ ว่าเป็นสิ่งซึ่งเป็นไปได้อย่างยิ่ง

ฝึกฝนตนเองให้คิดและมองโลก รวมถึงสิ่งต่างๆที่กำลังเข้ามาหา ในแนวทางที่เจริญก้าวหน้ากว่าเดิม และคิดว่าความชั่วช้าจะปรากฏอยู่ในที่ซึ่งไม่มีความก้าวหน้า พูดสิ่งใดในลักษณะที่เจริญก้าวหน้าขึ้นเสมอ หากทำตรงกันข้ามก็เหมือนเป็นการปฏิเสธความเชื่อมั่นศรัทธาของเรา และการปฏิเสธความเชื่อมั่นนี้ก็คือ การยอมแพ้นั่นเอง จำไว้ว่า อย่าท้อแท้

บทที่ 17 บทสรุปของศาสตร์แห่งความมั่งคั่งร่ำรวย

ความคิดเป็นบ่อเกิดทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกถูกสร้างขึ้น เพื่อทำสิ่งที่เราคิดนี้ให้สำเร็จ ต้องสามารถเปลี่ยนความคิดจากการแข่งขันกลายเป็นการสร้างสรรค์ ความกังวลที่มีมากเกินไปจำทำให้ความถี่ของการสำรวมความคิดออกมา เป็นภาพที่มั่นคงและนิ่งพอไม่ได้ ซึ่งผลลัพธ์คือความล้มเหลว ทำให้ความเชื่อมั่นศรัทธาของเราหนักแน่น ควบคู่กับก่อให้เกิดความรู้สึกสำนึกกตัญญูรู้คุณ เพราะนี่คือกระบวนการทางความคิดที่จะนำความรู้สึกรวมเข้าด้วยกัน เพื่อให้เกิดสิ่งต่างๆในชีวิตจริง

จากบทความที่สรุปมานี้ คือ ความมั่งคั่งร่ำรวยเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องการจะมี แต่ก็ต้องขึ้นอยู่ กับตัวเราเองด้วย ความอยากมี อยากเป็น จะมาจากความคิด และความคิดก็จะเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดเป็นรูปร่าง สัมผัสได้ หากเราล้มเหลวกับอะไรสักอย่าง มีปัญหาหรือ อุปสรรคเกิดขึ้นเราควรที่จะไม่ท้อแท้ ตั้งสติ และหาทางออกที่ถูกต้อง และจงใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ที่สุด ไม่ควรจะเก็บเรื่องในอดีตมาคิด มากังวลใจ จงอยู่กับสิ่งที่เป็นปัจจุบัน เราต้องมีความเชื่อมั่นและมีจุดมุ่งหมายที่แน่นอนในลักษณะที่ให้ความเจริญก้าวหน้า

ความยากจนไม่ได้เป็นสิ่งกีดกั้นของความมั่งคั่งร่ำรวยได้  ถ้าเรารู้จักที่จะเป็นเจ้านายของตัวเราเอง โดยเริ่มจากการทำธุรกิจเล็กๆก่อน อย่าใช้ความแก่งแย่งแข่งขัน อย่าโลภ อย่าเอาเปรียบผู้อื่นเพื่อที่จะใช้ในการนำไปสู่ความร่ำรวย อาจจะทำให้เราล้มเหลวได้

บางส่วนของบทความนี้นำมาจากผลงานการสรุปโดย คุณปรางค์ทิพย์  โพชะราช จากเอกสารงานทางการศึกษาที่เผยแพร่ในอินเตอร์เนต และสำหรับผู้ที่ต้องการต้นฉบับภาษาอังกฤษเป็นไฟล์ PDF สามารถโหลดได้ที่นี่ครับ PDF Book

Loading Facebook Comments ...

Leave a Reply

Skip to toolbar