Life and Time

การบริหารเวลา คือการบริหารชีวิต

One day is worth two tomorrows. วันนี้มีค่าเท่ากับวันพรุ่งนี้ถึงสองวัน

Time is the devourer of things. เวลาคือตัวกลืนสรรพสิ่ง

Time and tide wait for no man. เวลาและวารีไม่มีจะคอยใคร

Prepare today for the needs of tomorrow. เตรียมพร้อมในวันนี้สำหรับสิ่งจำเป็นในวันพรุ่งนี้

Time is money. เวลาเป็นเงินเป็นทอง

Lost time is never found again. เวลาที่เสียไปจะเรียกคืนมาไม่ได้

Better late than never มาสายยังดีกว่าไม่มาเสียเลย

The darkest hour is before the dawn. เวลาที่มืดมนย่อมมาก่อนรุ่งสว่างที่สดใส

 

การบริหารเวลา เวลาก็เหมือนชีวิต เมื่อใช้ หมดแล้วก็หมดไป การบริหารเวลา ก็เท่ากับ การบริหารชีวิต และคนที่ต้องการประสบความสําเร็จและมีความสุขในชีวิตย่อมจำเป็นต้องเรียนรู้การบริหารชีวิตหรือการบริหารเวลา การบริหารเวลามีความจําเป็นสามารถสรุปได้ดังต่อไปนี้

1. การทําให้ชีวิตมีเป้าหมาย ในการตระหนักถึงความสําคัญของการบริหารเวลาที่จุดกระตุ้น ให้ค้นหาเป้าหมายที่มีคุณค่าในชีวิต เป้าหมายนั้น จะกลับมากระตุ้นเร้าให้มีความมุ่งมั่น ตั้งใจ บริหาร เวลาในชีวิตจนกว่าไปถึงจุดหมายปลายทางของเป้าหมาย

2. ทําให้ไปถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ คนควรมีเป้าหมายและการที่จะประสบความสําเร็จได้นั้น บุคคลผู้นั้นต้องทุ่มเทบากบั่นเพื่อไปให้ถึงเป้าหมาย สําหรับคนที่ตั้งใจไว้อย่างแท้จริงแล้ว จะตระหนักถึงคุณค่าของเวลาทุกวินาทีพยายามอย่างเต็มที่ ที่จะใช้เวลาทั้งหมด ที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการ ผลักดันชีวิตไปสู่เป้าหมาย โดยวางตารางเวลาใช้ชีวิตแต่ละวันว่า จะต้องทํากิจกรรมใด ในช่วงใด และ แต่ละช่วงของชีวิต ทั้งในระยะสั้น ระยะยาวว่าจะต้องทําอะไร จะต้องฝึกฝน เรียนรู้เพื่อพัฒนาตน ในด้าน ใดบ้างจึงจะเอื้อต่อการก้าวไปสู่ความสําเร็จ

3. ทําให้ชีวิตมีคุณค่า มีความหมาย สามารถนําเวลาไปทําในสิ่งต่างๆที่มีประโยชน์ ต่อตนเองและผู้อื่น เช่นในการใช้การสร้างสรรค์ศิลปะ ที่จะช่วยจรรโลงจิตใจของคนในสังคม อ่านหนังสือแสวงหาความรู้ที่จะช่วยยกระดับปัญญาของตน ให้สูงขึ้นเพื่อความก้าวหน้าในชีวิตและมี ส่วนช่วยพัฒนาสังคมให้ดีขึ้น สิ่งเหล่านี้ทําให้ชีวิตมีคุณค่า และมีความหมายมากขึ้น

4. ทําให้ชีวิตสมดุลครบด้าน การที่รู้จักจังหวะของเวลาในการดําเนินชีวิตและมี การจัดสรรเวลาในแต่ละด้าน ได้แก่ ครอบครัว หน้าที่การงาน มิตรภาพสังคม ชีวิตส่วนตัวและอื่นๆได้ อย่างสมดุลชีวิตก็สามารถที่จะประสบผลสําเร็จในทุกๆด้านได้อย่างภาคภูมิใจ

5. ทําให้ชีวิตมีความสุขความพึงพอใจในชีวิต ซึ่งความพอใจในชีวิตเกิดจากการที่ประสบ ความสําเร็จในด้านต่างๆในชีวิต เช่นการเรียน การงานชีวิตครอบครัว ผลมาจากความมุ่งมั่นอุตสาหะ พากเพียรในการบริหารเวลา บริหารชีวิตอย่างตั้งใจ นอกจากนี้การบริหารเวลาที่ดี นํามาซึ่งความสุข ความพึงพอใจในชีวิต เมื่อการจัดสรรเวลาอย่างเพียงพอสําหรับการพักผ่อนประจําวัน การได้ใช้เวลากับ คนที่มีความหมายพิเศษ สุขภาพที่แข็งแรงสมบูรณ์ เนื่องจากมีเวลาออกกําลังกายอย่างสม่ําเสมอ การเป็นเจ้าของจิตใจ ที่สดชื่นเนื่องจาก ไม่ต้องเคร่งเครียด กับเส้นตายของงาน และการได้ไปพักผ่อน ตากอากาศ ฯลฯ

6. ทําให้ทํางานได้สําเร็จลุล่วงและได้รับความก้าวหน้าในชีวิต การบริหารเวลาคือการบริหารชีวิต จะทําให้คนพัฒนาตนจาก ความบกพร่อง ต่างๆ ได้ หากเริ่มต้นตั้งเป้าหมายในชีวิตและเรียนรู้ที่จะ จัดสรรเวลาในการทํากิจกรรมต่างๆนั้น จะทําให้พบความสําเร็จ และความก้าวหน้าในชีวิต

 

 


เทคนิที่น่าสนใจในการบริหารเวลาจากหนังสือเรื่อง “กินกบตัวนั้นซะ” มีเนื้อหาเกี่ยวกับการใช้เวลาอย่างไรให้คุ้มค่าที่สุด เพราะ คนเราไม่มีเวลา พอที่จะทำทุกอย่างได้ในเวลาเดียวกัน จึงจำเป็นต้องเรียนรู้ วิธีการบริหารเวลา จากคนที่ ประสบความสำเร็จ เขาจะไม่พยายามทำทุกสิ่ง แต่จะมุ่งความสนใจ ไปยังงานที่สำคัญที่สุดก่อน และทำมันเป็นอันดับแรก

Time frog

“กินกบตัวนั้นซะ” เป็นการอุปมาให้เห็นภาพว่าหากสิ่งแรกที่คุณจะทำในแต่ละเช้า คือ การกินกบเป็นๆ ตัวหนึ่งซึ่งมันคงเป็นสิ่งที่เลวร้ายที่สุดของวันนั้นแล้ว แต่ถ้าคุณรีบกินมันเสีย อย่างน้อยคุณจะได้ ภาคภูมิใจว่า คุณจะสามารถผ่านพ้นวันนั้นไปได้ด้วยดี เพราะคงไม่มีอะไรเลวร้ายมากไปกว่านี้อีกแล้ว เปรียบเหมือนกับ การรีบจัดการงานที่ท้าทายที่สุด ในแต่ละวันของคุณ ที่คุณเห็นว่า มันยากและพยายาม ผัดวันประกันพรุ่งไปทำวันอื่น โดยลืมนึกไปว่า บางทีสิ่งนั้นอาจมีผลกระทบที่ยิ่งใหญ่ที่สุดต่อชีวิตของคุณ

บทสรุปมีดังต่อไปนี้……..

 

1. จัดโต๊ะ : ก่อนที่จะตัดสินใจว่ากบตัวไหนเป็น “กบ” ของคุณและลงมือกินมัน คุณต้องตัดสินใจให้ชัดเจนว่าสิ่งไหนคือสิ่งที่คุณต้องการเอาชนะ หลังจากตัดสินใจได้แล้วอย่าลืมจดบันทึกไว้เป็นลายลักษณ์อักษร โดยจัดลำดับความสำคัญก่อนหลัง กำหนดเส้นตายในการทำสิ่งนั้นให้สำเร็จ และลงมือทำตามแผนนั้นทันที

2. วางแผนทุกวันไว้ล่วงหน้า : เชื่อหรือไม่ว่าทุก 1 นาทีที่คุณใช้ในการวางแผนจะช่วยให้ประหยัดเวลาได้มากถึง 10 นาทีในการลงมือปฏิบัติ และขณะที่คุณทำงานตามรายการที่ได้วางแผนไว้ คุณจะรู้สึกว่าทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้นเรื่อยๆ และจะมีแรงบันดาลใจ ให้ทำงานมากขึ้นไปอีก

3. ใช้กฎ 80/20 กับทุกอย่าง : บางครั้งงานในส่วน 20 % นั้น อาจเป็นงานที่มีคุณค่ามากกว่างานอีก 80 % ที่เหลือรวมกัน ดังนั้นจึงควรเลือกทำงานมีผลต่อชีวิตและอาชีพการงานของคุณและให้เวลากับงานที่มีค่าต่ำน้อยลง

4. พิจารณาถึงผลที่จะตามมา : งานที่สำคัญคืองานที่มีผลต่อคุณในระยะยาว ดังนั้นก่อนที่จะลงมือทำอะไรควรถามตัวเองก่อนว่า “กิจกรรมหรือโครงการไหนที่ถ้าฉันทำได้ดีและทำได้ทันจะมีผลกระทบในด้านบวกต่อชีวิตของฉัน”

5. ฝึกวิธี ABCDE อย่างต่อเนื่อง : ก่อนเริ่มลงมือทำงานตามรายการ จงใช้เวลาครู่หนึ่งในการจัดลำดับความสำคัญของงาน โดยให้งาน “A” คือ งานที่สำคัญที่สุดของคุณ งาน B, C, D, E คืองานที่สำคัญรองลงมา

6. เน้นที่หัวใจของงาน : ถามตัวเองว่า “ทำไมองค์กรถึงจ้างฉัน” นั่นคือการรู้ว่าหัวใจสำคัญของงานคุณคืออะไรและตั้งใจทำให้ดีที่สุด

7. เชื่อฟังกฎแห่งประสิทธิภาพโดยความจำเป็น : คุณไม่มีเวลาพอที่จะทำทุกอย่าง แต่มีเวลาเสมอที่จะทำสิ่งที่สำคัญที่สุด

8. เตรียมพร้อมอย่างรอบคอบก่อนเริ่มลงมือ : การเตรียมการล่วงหน้าที่เหมาะสมเป็นการป้องกันความล้มเหลวของงาน

9. ทำการบ้านของคุณ : จงให้ความสำคัญกับการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง เพราะยิ่งคุณรอบรู้และชำนาญในงานที่เป็นหัวใจสำคัญมากเท่าไหร่ก็ยิ่งทำงานนั้นให้แล้วเสร็จได้เร็วขึ้นเท่านั้น

10. ใช้พรสวรรค์ของคุณเป็นอำนาจสู่ความสำเร็จ : พิจารณาให้ชัดเจนว่าคุณถนัดหรือมีพรสวรรค์ในงานอะไรหรือทำงานอะไรได้ดี แล้วก็ทุ่มเทให้กับงานนั้น ๆ อย่างเต็มที่

11. มองหาตัวเหนี่ยวรั้งมิให้ทำงานที่สำคัญของคุณ : พิจารณาคอขวดหรือจุดสกัดทั้ง ภายในหรือภายนอกที่เป็นตัวกีดขวางในการบรรลุเป้าหมายสำคัญที่สุดของคุณ และตั้งอกตั้งใจทำให้มันบรรเทาเบาบางลง

12. เดินตามถังน้ำมันทีละใบ : คุณสามารถทำงานที่ใหญ่ที่สุดและสลับซับซ้อนมากที่สุด ให้ลุล่วงได้ถ้าคุณทำมันทีละขั้นตอน

13. สร้างแรงกดดันให้กับตัวเอง : จงสมมติว่าคุณต้องเดินทางไปต่างจังหวัดเป็นเวลาหนึ่งเดือนและจงทำงานให้เหมือนกับว่า คุณต้องทำงานสำคัญทั้งหมดของคุณให้แล้วเสร็จก่อนออกเดินทาง

14. เพิ่มอำนาจส่วนตัวของคุณให้สูงสุด : พิจารณาว่าช่วงเวลาไหนที่คุณมีพลังกายและพลังความคิดสูงที่สุดในแต่ละวัน แล้วทำงานที่สำคัญที่สุดของคุณในช่วงเวลานั้น

15. กระตุ้นตัวเองให้ลงมือทำ : จงเป็นเชียร์ลีดเดอร์ให้กับตัวคุณเอง มองหาแต่สิ่งดี ๆ ในทุกสถานการณ์ มองโลกในแง่ดีและสร้างสรรค์อยู่เสมอแม้ในขณะที่มีปัญหา

16. ฝึกนิสัยผัดวันประกันพรุ่งในทางสร้างสรรค์ : เนื่องจากคุณไม่สามารถทำทุกอย่างได้ จึงต้องเรียนรู้ที่จะผัดผ่อนงาน ที่มีค่าต่ำ ออกไปก่อน เพื่อจะได้มีเวลาพอในการทำสิ่งที่สำคัญจริง ๆ

17. ทำงานที่ยากที่สุดก่อน : เริ่มต้นแต่ละวันด้วยงานที่ยากที่สุดก่อน และจงตั้งปณิธานแน่วแน่ว่าจะทำมันจนกว่าจะเสร็จสมบูรณ์

18. แล่และหั่นงานเป็นชิ้นเล็ก ๆ : แบ่งงานใหญ่ที่ซับซ้อนลงเป็นงานย่อยๆ แล้วเริ่มลงมือทำ ทีละชิ้น

19. สร้างเวลาชิ้นโต : แบ่งวันของคุณออกเป็นช่วงเวลาใหญ่ ๆ ที่จะสามารถทุ่มเทสมาธิเป็นเวลานาน ๆ ให้กับงานที่สำคัญที่สุด

20. สร้างสำนึกแห่งความเร่งรีบ : สร้างนิสัยเสือปืนไวในงาน โดยทำตัวให้ได้ชื่อว่าเป็นคนที่ทำงานทุกอย่างได้เร็วและทำได้ดี

21. ทำงานทุกอย่างทีละอย่าง : จัดลำดับความสำคัญให้ชัดเจน เริ่มต้นทำงานที่สำคัญที่สุดก่อนทันที แล้วทำไม่หยุด จนกระทั่งงานเสร็จสมบูรณ์ 100 %

 

 

การบริหารเวลาด้วยการแบ่งงานเป็น4ประเภท ตามความสำคัญและความเร่งด่วน

 

Loading Facebook Comments ...

Leave a Reply

Skip to toolbar